Smart

มนุษย์นี้มันช่างโง่เขลามัวแต่ทะเลากันเรื่องไม่เป็นเรื่อง ที่เห็นอยู่ตอนนี้ก็เรื่องบริษัทเทคโนโลยีชื่อดังออกมือถือตัวใหม่ ฝั่งที่ใช้มือถือบริษัทนี้อยู่ก็[อวย]นั้นโน้นนี้ ฝั่งที่ไม่ได้ใช้ก็[แซะ]นั้นโน้นนี้

This is funny on so many levels.

สู้เอาเวลามาวิเคราะห์ตัวเองว่า

  • สิ่งที่เราจะซื้อหรือใช้อยู่เราใช้แล้วได้ประโยชน์ไหม?
  • มันทำให้ขั้นตอนการใช้ชีวิตส่วนตัวหรือทำงานดีขึ้นหรือเปล่า?
  • สิ่งใหม่กว่ามันจะคืนกำไร(ในแง่ของความสะดวกสบาย)มากน้อยกับที่เราจ่ายไปหรือไม่
  • ฯลฯ

มีเรื่องให้คิดวิธีประโยชน์จากเทคโนโลยีอีกเยอะ อย่าไปสนใจและไปร่วมตามกระแสดราม่ามากนักเลย หันมาโฟกัสที่[ตัวเรา]แล้วใช้ smart technology มาเป็นตัวช่วยให้เราเป็น smart people ซะ…

#เรือเล็กควรออกจากฝั่ง : เพลงเพื่อชีวิตในคราบร็อค

ในฐานะติ่ง Bodyslam ที่ดีก็ต้องเอา single แรกมาเผยแพร่สักหน่อย ในเมื่อ 4 ปีที่แล้วก็โพสต์แบบนี้เหมือนกัน

http://www.youtube.com/watch?v=6RF1Zz5xcNg

อัลบั้มที่ 6 ของ Bodyslam ใช้ชื่อว่า dharmajāti ( ดัม-มะ-ชา-ติ ) เป็นภาษาบาลีแปลว่า ธรรมชาติที่มาก็น่าจะไปหากันเอาเองได้ ซึ่งตามปกติอัลบั้มที่ผ่านมาเพลงโปรโมทแรกมักจะเป็นเพลงเกี่ยวกับความรักทั้งหมด

  1. Bodyslam: ย้ำ หรือ อากาศ (ไม่รู้ว่าอันไหนออกก่อน)
  2. Drive: ความซื่อสัตย์
  3. Believe: ขอบฟ้า
  4. Save My Life: ยาพิษ
  5. คราม: คราม

แต่ในอัลบั้ม 6 เป็นเพลงเพื่อชีวิตอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง ซึ่งเป็นความอหังการของ Bodyslam และ Grammy ที่ต้องใช้ความเชื่อและความกล้ามาก ๆ ที่ใช้เพลงเปิดอัลบั้มเป็นเพลง ไม่ตลาด แถม ฟังยาก ในยุคสมัยที่เพลงไม่ได้ขายง่าย ๆ กำไรดี ๆ เหมือนแต่ก่อน ขนาดวงร็อคสากลดัง ๆ แนวเพลงคล้าย Bodyslam อย่าง Muse ที่เพิ่งออกอัลบั้มเมื่อปีที่แล้วยังใช้เพลงเปิดตัว Madness เป็นเพลงรักแนวลุ่มหลงเลย

ท่วงทำนองและคำร้องนั้น ดูเท่ หนักแน่น (แถมได้พี่โอม มาเป็นสมาชิกสักที) แต่ส่วนตัวคิดว่า ไม่ไหลลื่น จำเนื้อยากอีกต่างหาก ถ้าเป็นสมัยก่อนตอนเรียนอยู่คงต้องบอกว่า ไม่โดน แต่ตอนนี้ช่วงชีวิตมาอยู่ในสถานะเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ twenty something ช่วงที่ถูกลอยแพออกมาจากพ่อ-แม่ ใช้ชีวิตเอง ไม่ได้ถูกกำหนดว่าต้องทำอย่างโน่นอย่างนี้อีกต่อไป และเป็นช่วงเริ่มต้นการหาความหมายและความสำเร็จของชีวิต เพลง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง กลับกลายเป็นเพลงที่ให้กำลังใจ และส่วนตัวก็ อินกับมันมาก ๆ (ถึงแม้ว่าจะติดหูไม่ง่าย) กลายเป็นว่ามาอินที่เนื้อเพลงมากกว่าดนตรี – ปกติจะสับกัน อินดนตรีมากกว่าเนื้อ

เหมือน Bodyslam อัลบั้มเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวตามกลุ่มเป้าหมายที่โตมาด้วยกัน (คาดว่าน่าจะอยู่ในช่วง 80s กับ 90s) และกลุ่มคนฟังมีมากพอที่ถึงแม้จะออกเพลงโปรโมทที่ไม่ใช่แนวที่นิยมก็มีผลกระทบไม่มาก ซึ่งผลก็คือ 1.5 ล้านวิวภายใน 24 ชั่วโมง (คิดว่าน่าจะเป็นเพลงไทยที่ยอดวิวขึ้นเร็วทีสุดของวันแรกใน Youtube แล้วล่ะมั้ง) ขั้นต่อไปก็ปล่อยเพลงตลาด ๆ มาตรฐานสูงออกมา เท่านี้ Bodyslam ก็ยังรักษาความเป็นร็อคอันดับหนึ่งของประเทศอีกต่อไป ตอนนี้คิดว่าแนวของบอดี้แสลมก็คงเป็น ครึ่งร็อค ครึ่งเพื่อชีวิตตามไอดอลของพี่ตูนอย่างคุณอาแอ๊ด คาราบาว…

ป.ล. Bodyslam ตั้งแต่อัลบั้ม 3 ขึ้นมาก็มีเพลงเพื่อชีวิตอย่าง ความเชื่อ ชีวิตเป็นของเรา เสี้ยววินาที แสงสุดท้าย ฯลฯ อัลบั้มนี้แน่นอนว่า มาเต็ม ฮะ ในเมื่อซิงเกิ้ลแรกเป็นอย่างนี้ ส่วนตัวแล้ว ชอบ และ จะรอฟัง เป็นคนที่ฟังได้ทุกแนวอยู่แล้ว แม้แต่เพลง คิดฮอด ที่เด็กกรุงหลายคนแอนตี้ ผมยังชอบตั้งแต่ฟังครั้งแรกเลย

ดาวน์โหลดใน Apple Music Store – https://itunes.apple.com/th/album/reux-lek-khwr-xxk-cak-fang/id735984140?i=735984151

One Day with AIS 3G 2100 Mhz

พอดีเป็นพวกแรกที่มีโอกาสได้ใช้ AIS 3G ตัวใหม่บนคลื่น 2100 Mhz ที่ประมูลมาได้ ก็เลยเก็บภาพที่ทดสอบความเร็วแบบมาให้ดู โดยชื่อคลื่นจะเป็น 52003 ไปก่อน ต้องรอถึงวันเปิดอย่างเป็นทางการถึงจะเป็น AIS 3G ซึ่งก็น่าจะเร็วๆ นี้แหละ

ภาพแรก ก็คือที่บ้านอยู่แถวฝั่งธน โดยที่บ้านจะเป็นเขตอับสัญญาณของมือถือทุกค่ายอยู่แล้ว ความแรงของสัญญาณใหม่ก็เหมือนกับคลื่นเดิม ความเร็วขาดาวน์โหลดก็พอไปวัดไปวาได้ แต่ขาอัปโหลดเลวเหมือนเดิม

ภาพสอง อยู่ที่ทำงานซึ่งเป็นตึกสูง แถวเซ็นทรัลพระราม ๓ และตรงนี้เป็นหลุมดำของสัญญาณมือถือทุกค่าย (เลวร้ายกว่าที่บ้าน) เวลาจะโทรก็ต้องไปออกคุยที่ระเบียงโล่งๆ ความเร็วดาวน์โหลดและอัปโหลดถ้าดูแล้วอาจจะเข้าขั้นเลว แต่มันเอาไว้ท่องเว็บได้จากที่แต่ก่อนแทบไม่ได้เลย แถมความเร็วก็เท่าๆ กับ TrueMove H ของพี่ที่ทำงาน ตรงนี้น่าจะสอบผ่าน

ภาพสาม ตรงที่กินข้าวห่างจากออฟฟิศประมาณ 200 เมตร ตรงจุดนี้สำคัญที่สุดวัดความเป็นความตายกันเลยทีเดียว เพราะเป็นจุดๆ เดียวที่จำเป็นจะต้องใช้เน็ตจากคลื่นโทรศัพท์ เพราะที่บ้านและที่ทำงานมี wifi ให้อยู่แล้ว ผลที่ได้ก็โอเค พอใช้เช็คเมล เล่น facebook ได้ ความเร็วก็เป็นไปตามรูป

สรุปแบบลวก ๆ ได้ว่า จากที่คลื่นเก่าเข้าขั้นแย่จนถึงอัปปรีย์ (คงไม่แรงนัก ถ้าจะใช้คำนี้ในสภาวะปัจจุบัน) ก็กลับมาสู่ในสถานะที่ใช้งานได้ แต่ก็ต้องดูกันอีกยาวๆ มันอาจจะใช้ได้เพราะคนใช้งานยังไม่เยอะ หรือมันไม่เร็วเพราะยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วล่ะ

My Thought on the New Thai Transliteration

เห็นกระแสข่าวเรื่องการเสนอการถอดคำ(transliteration)แบบใหม่ของราชบัณฑิตยสถานแล้ว แต่ก็มีแรงต้านจนต้องงดแก้ลงไปพจนานุกรมปี 54 ก็เลยขอพ่น(บ่น)ความคิดของตัวเองขึ้นบน facebook แล้วแต่ยังไงก็ขอบันทึกเก็บไว้บนบล็อกนี้ด้วยล่ะกัน

การใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษแบบที่ออกเสียงให้ได้ใกล้เคียงกับภาษาต้นฉบับ มันไม่ใช้อะไรใหม่สำหรับผมนะอย่างนิยายของ สโมสรหนังสือรหัสคดี หลายๆ เรื่องเขาก็ใช้มาตั้งนานแล้วเช่น

  • ปีเตอร์ -> ปีเต้อร์
  • ปารค์เกอร์ -> ป๊าร์คเกอร์
  • แอตแลนติส -> แอ๊ตแลนติส
  • นิวยอร์ค -> นิวย้อร์ค
  • ไบแซนไทน์ -> บีแซนไทน์
  • เสื้อเชิร์ต -> เสื้อเชิ้ร์ต
สำหรับคนที่มีการศึกษาส่วนใหญ่ในประเทศที่พอเป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้ว แล้วชินกับคำที่เคยใช้มาก่อนจึงดูเป็นเรื่องแปลกๆ แต่ลองจินตนาการถึงเด็กไทยที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษหรือฝรั่งที่หัดเรียนภาษาไทย ว่าภาษาเขียนมันเป็นแบบนี้แต่ตอนอ่านมันเป็นอีกเสียง/วรรณยุกต์นึงไปเลยเช่น เราเขียนว่าไอแพด แต่เราออกเสียงว่าไอแผ่ด ซึ่งปัญหาก็คือราชบัณฑิตฯ ดันไม่รีบเข็นคำพวกนี้มาใช้ตั้งแต่แรก พอจะมาเปลี่ยนคำทีก็จะมีแรงมหาศาลฉุดรั้งไว้ไม่ให้เปลี่ยน

โดยส่วนตัว ผมนิยมชมชอบคำพวกนี้ในเชิงวรรณกรรมนะ สวยงามดีและถอดเสียงได้ใกล้เคียงกับภาษาต้นฉบับ(ถูกจริตตัวเอง) แต่ให้ใช้เขียนก็คงไม่อยากจะเขียนสักเท่าไหร่เพราะมันเป็นอะไรที่ ฟุ่มเฟือยมาก ในทาง computer ก็คงเปลืองไบ้ต์เยอะขึ้น ถ้าใช้ใน twitter ด้วยล่ะก็พิมพ์แค่สองสามคำก็คงเต็ม 140 ตัวอักษร ยิ่งธรรมชาติของภาษาไทยก็เป็นภาษาที่ฟุ่มเฟือย เปลือง วุ่นวาย และช่างประดิดประดอยอยู่แล้ว

การกระทำของราชบัณฑิตครั้งนี้ ผมจึงคิดว่าไม่ใช้เรื่องไร้สาระ แต่มัน(อาจจะ)เสียเวลาเปล่าก็เท่านั้นเอง เอวังด้วยประการฉะนี้…

Report It If You Can

มีแต่คนบ่นว่าแผนที่ใน iOS 6 กากอย่างนู้นอย่างนี้ แน่นอนในฐานะที่ผมมี Apple device อยู่หลายตัวก็ได้อัปเดตเป็น iOS 6 แล้วเช่นกัน ก็ลองใช้แผนที่ดู สรุปแล้วมันก็แย่สมคำร่ำลือจริง ตัวอย่างที่เห็นชัดเลยก็คือ “เกาะเสม็ด” ดันไม่มีอยู่ในโหมดมาตรฐาน หายไปทั้งเกาะ แต่พอสลับมาเป็นโหมดดาวเทียมก็มีตัวเกาะ

เกาะเสม็ดหาย!

เกาะเสม็ดหาย!

แต่ Apple ก็เปิดทางให้ารายงานความผิดปกติไปได้ ในฐานะคนที่ยุ่งเกี่ยวกับด้านซอฟท์แวร์อยู่แล้ว และก็เคยเจอกรณีคนเอาแต่บ่นแต่ไม่ช่วยอะไรเลย ผมก็เลยไม่อยากเป็นพวก”มือไม่พายแต่เอาเท้าราน้ำ” ก็เลยส่งไปว่ามีอะไรผิดปกติบ้าง กดเพียงไม่กี่ขั้นก็รายงานเสร็จแล้ว ค่อนข้างง่ายตามสไตล์ Apple

กดรายงานง่ายๆ แค่ไม่กี่ขั้น

กดรายงานง่ายๆ แค่ไม่กี่ขั้น

ครั้งแรกกับ IKEA

IKEA

IKEA

ไปเดินเล่น IKEA (ออกเสียงว่า อิ เคีย อะ ตามภาษาสวีเดนแท้ๆ) มา 6 ชม. สรุปได้ดังนี้

  • ตัวอาคารอยู่ในอภิมหาศูนย์การค้า Mega Bangna ตอนนี้มีแค่ IKEA สามารถเอารถเข้าไปจอดใต้อาคารได้เลย (ถ้าไปจอดลานจอดรถข้างๆ ตอนขนของออกก็ต้องวนรถมาที่หน้าอาคารอีก แถมรถเข็นก็เอาออกนอกตัวอาคารไม่ได้ แบกกันมัน)
  • เข้าไปแนะนำให้หยิบแค่กระดาษจด ดินสอ และสายวัดก็พอ ไม่จำเป็นต้องเอาแคตาล็อกไปเพราะเข้าไปก็เจอโชว์รูมอยู่ดี
  • แนวทางการเดินเป็นแบบทางเดียว ตั้งแต่ต้นจนออกเป็นอย่างนี้ โชว์รูม -> สินค้าเล็กๆ หยิบใส่รถเข็นได้ -> โรงอาหาร (มีทบอลในตำนาน -> (ชั้นล่าง)  สินค้าเล็กๆ อีกที -> โกดัง (สินค้าใหญ่ หยิบเอง) -> เคานท์เตอร์จ่ายเงิน
  • โชว์รูมห้องหลากหลายแบบที่ตกแต่งเรียบร้อยแล้ว แต่และแบบเช่นห้องนอน ก็มีสไตล์อื่นๆ แยกย่อยออกไปอีก ถ้าชอบเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนก็แค่จดรหัส แถว และชั้นก็พอ
  • สินค้าทุกอย่างต้องหยิบเอง โกดังก็อารมณ์เดียวกับแมคโคร ไม่แถมถุงให้ต้องซื้อตรงนั้นหรือเอาถุงไปเอง
  • เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นต้องประกอบเองหมด บางอันถูก บางอันก็แพงทั้งที่เป็นสินค้าชนิดเดียวกันแต่คนดีไซน์ต่างกัน ขึ้นอยู่ว่าเราชอบแบบไหนและเงินถึงไหม
  • IKEA ไม่ใช่สินค้าเกรดเอระดับเทพ ส่วนใหญ่ก็ผลิตมาจากจีนทั้งนั้น ตามความคิดเห็นส่วนตัวคือเป็นสินค้าที่กลางๆ กับ พอใช้
  • เล่มแคตาล็อก IKEA ตอนจ่ายเงินเสร็จแล้วเดินเลี้ยวขวาไปแผนกบริการลูกค้า หยิบได้ฟรี มีทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

โดยรวมแล้ว IKEA สำหรับผมก็ค่อนข้างโอเคเลย ชอบแบบเรียบๆ ราคาไม่แพง มีฟังก์ชั่นนัล ของบางอย่างก็แปลกๆ ไม่เคยเห็นในไทย และสุดท้ายก็คือ สุขใจที่ได้ประกอบเฟอร์ฯ ด้วยตัวเอง