The Karate Kid 2010

The Karate Kid 2010

The Karate Kid 2010

ตามดูมาแล้วทั้งสองฉบับ 2010 กับ 1984 บล็อกนี้เลยจะวิจารณ์ทั้งสองภาคพร้อมกันโดยจะเอาฉบับ 2010 เป็นที่ตั้ง

เรื่องย่อ (ครอบคลุมสองฉบับ)

เด็กที่เป็นตัวเอกของเรื่องย้ายบ้านตามแม่ แต่ระหว่างที่ปรับต้วกับสภาวะแวดล้อมใหม่ก็บังเอิญเจอกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเขาแทบจะตกหลุมรักในทันทีที่พบแถมเด็กผู้หญิงคนนั้นก็มีใจให้ด้วย แต่ความรักนี้ย่อมมีอุปสรรคเพราะต้องไปสะดุดกับตอที่เป็นขาใหญ่และคนสนิทของเด็กผู้หญิง ในครั้งแรกเด็กผู้ชายคนนี้เลยโดนรังแกอย่างไม่มีทางสู้และก็โดนเรื่อยๆ มา จนทำให้เด็กผู้ชายคนนี้อยากกลับไปในที่ที่ตัวเองเคยอยู่ อยู่มาวันนึงก็ได้ถูกกลั่นแกล้งจน ช่างซ่อมเครื่อง ผู้เป็นวิชามัดมวยเข้ามาช่วยเหลือไว้ทัน และก็หาหนทางในการยุติเรื่องนี้ด้วยการไปเจรจากับอาจารย์ของศิษย์ที่เป็นขาใหญ่ แต่หนทางไม่ได้ง่ายเช่นนั้นและต้องจับพลัดจับพลูเข้าสู่เวทีการต่อสู้ของจริง

ไม่ชอบ

  • หนังเดินตามฉบับ 1984 ทุกประการ ไม่มีอะไรแปลกใหม่
  • บทความรักของเด็กประถมปลายก็น่ารักดี แต่ชอบแนวทางความรักของมัธยมในฉบับ 1984 มากกว่า
  • ฉากเตะในตอนจบชอบแบบฉบับ 1984 เป็นธรรมชาติมากกว่าฉบับ 2010 ที่ดูยังไงก็ไม่เนียน(เพราะใช้สลิง)

ชอบ

  • มีความเป็นเอเชียที่เราคุ้นเคยมากกว่าฉบับ 1984 ที่เป็นอเมริกันจ๋ามากๆ
  • ถึงแม้จะเดินตามแบบฉบับ 1984 ทุกประการ แต่รายละเอียดปลีกย่อยกลับทำได้ดีและสวยมากๆ
  • ฉากบู๊หนักแน่นและสมจริงกว่าฉบับ 1984 ทั้งของเฉินหลงและ Jaden
  • ประเด็นในใจของอาจารย์ฉบับนี้ทำได้สะเทือนใจมากๆ จนแทบจะร้องตาม ถึงแม้ฉากต่อไปจะทำให้อารมณ์มันค้างๆ คาๆ ก็ตาม

อยากจะเล่า

  • เด็กผู้ชายที่เจอตอนต้นเรื่อง ท้ังสองฉบับก็ทิ้งตัวละครนี้ออกไปโดนเปล่าประโยชน์
  • ชอบฉบับ 2010 มากกว่าเพราะรายละเอียดปลีกย่อยและเฉินหลง(แฟนคลับ) แต่เรื่องความคลาสสิคคงต้องยกให้ 1984 เพราะเขาทำมาไว้ดีมาก ไม่สงสัยเลยว่าทำไมเรื่องนี้ถึงดัง
  • ถึงแม้ Jeden Smith (ลูก Will Smith และ Jada Pinkett Smith) จะเด็กอยู่แต่อนาคตไปไกลแน่ๆ ต้องไปตามดู Pursuit of Happiness ว่าเล่นได้ดีขนาดไหน
  • ถึงแม้ เฉินหลง จะแก่เล่นแอคชั่นแบบสมัยก่อนไม่ค่อยไหวแล้ว แต่บทดราม่าเค้าก็เล่นได้ดี จา พนม ถ้าอยากจะดังเท่าควรศึกษาตรงจุดนี้เข้าไว้
  • อยากให้หนังสร้างภาคต่อเหมือนกับฉบับก่อน
  • ถึงจะเคารพต้นฉบับและการตลาดของหนัง แต่ชื่อเรื่องควรจะเป็นเป็น Kung Fu Kid เพราะไม่มีอะไรที่เกี่ยวของกับคาราเต้เลยสักนิด
  • theme song ของหนังเรื่องนี้ร้องโดย Justin Bieber แถมเพลงก็เป็น Never Say Never ที่เป็นชื่อหนังของ Bieber อีกซะด้วย!

น่าดูไหม? ถ้ายังไม่เคยดูมาก่อนก็เป็นหนังต่อสู้เด็กๆ ที่น่าดูเรื่องนึง ดูก็ได้ไม่ดูก็ได้ แต่ถ้าเคยดูมาแล้วจะดูข้ามๆ ก็ได้ไม่เสียหายอะไร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s