Smart

มนุษย์นี้มันช่างโง่เขลามัวแต่ทะเลากันเรื่องไม่เป็นเรื่อง ที่เห็นอยู่ตอนนี้ก็เรื่องบริษัทเทคโนโลยีชื่อดังออกมือถือตัวใหม่ ฝั่งที่ใช้มือถือบริษัทนี้อยู่ก็[อวย]นั้นโน้นนี้ ฝั่งที่ไม่ได้ใช้ก็[แซะ]นั้นโน้นนี้

This is funny on so many levels.

สู้เอาเวลามาวิเคราะห์ตัวเองว่า

  • สิ่งที่เราจะซื้อหรือใช้อยู่เราใช้แล้วได้ประโยชน์ไหม?
  • มันทำให้ขั้นตอนการใช้ชีวิตส่วนตัวหรือทำงานดีขึ้นหรือเปล่า?
  • สิ่งใหม่กว่ามันจะคืนกำไร(ในแง่ของความสะดวกสบาย)มากน้อยกับที่เราจ่ายไปหรือไม่
  • ฯลฯ

มีเรื่องให้คิดวิธีประโยชน์จากเทคโนโลยีอีกเยอะ อย่าไปสนใจและไปร่วมตามกระแสดราม่ามากนักเลย หันมาโฟกัสที่[ตัวเรา]แล้วใช้ smart technology มาเป็นตัวช่วยให้เราเป็น smart people ซะ…

Advertisements

Book Depository: อีกทางเลือกสำหรับ(หนอน)หนังสือนอก

ตามนิสัยอันเคยชินของวัฒนธรรมเรา “ต้องเห็นของก่อนแล้วค่อยซื้อ” เวลาซื้อหนังสือก็เช่นกัน ถ้าจะซื้อหนังสือภาษาอังกฤษอะไรมักจะไปยืนอ่านที่ Asia Books หรือไม่ก็ Kinokuniya แต่หลังๆ มานี้ใช้ goodreads เลยมั่นใจในระบบรีวิวในระดับนึงเพราะมันมาจาก user community (แต่เพิ่งถูก Amazon ซื้อไป =_= ) เพราะฉะนั้นหนังสือบางประเภทก็ซื้อเลย ไม่ต้องไปยืนอ่าน พอดีได้ยินชื่อ The Book Depository มาสักพักแล้ว (ถูก Amazon ซื้อไปเมื่อปี 11) และพอดีต้องการจะสั่งซื้อหนังสือ the sketchnote handbook ลองไปเช็คราคาที่ Kino อยู่ที่ 1400 แต่ถ้าเป็น Book Depo จะอยู่ที่ 1000 (ลดราคาอยู่) เลยถือโอกาสลองสั่งเลย

สั่งวันที่ 19 สิงหา ยืนยันสั่งซื้อวันที่ 21 ของมาถึงวันที่ 2 กันยา ใช้เวลา 13 วัน ตัวเว็บแจ้งไว้ใน delivery options ว่า

All other countries: 7-10 business days

เลทนิดๆ แต่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่พอรับได้ แพ็คเกจที่ได้มาก็เป็นดังนี้

Book Depository ชำระค่าส่งแบบรายเดือน

หีบห่อข้างในหลังจากเอาหนังสือออกแล้ว

หีบห่อข้างในหลังจากเอาหนังสือออกแล้ว

จุดเด่น

  • ส่งมาที่ไทย ฟรี!
  • ถูก ถ้าขยันเช็คราคา
  • มีขายเครื่องเขียนด้วย เห็นบางทีมีลดราคา Moleskine

น่าสังเกต

  • ส่งช้า
  • ไม่สามารถติดตามของได้ เราจะรู้แค่ว่าหนังสือถูกส่งออกมาแล้ว แต่มาถึงเมื่อไหร่ไม่รู้

คิดว่าถ้าหนังสือบางเล่ม ถูกกว่า Kino คงจะสั่งซื้อช่องทางนี้ตลอดแล้ว