Black Bear Canada: ณ นครแวนคูเวอร์ ๒

ความเดิมตอนที่แล้ว

  1. ขอวีซ่าท่องเที่ยวแคนาดา
  2. การเดินทางที่แสนยาวนาน
  3. บนยอดเขาอันหนาวเหน็บ
  4. ณ นครแวนคูเวอร์ ๑

Vancouver นั้นอารมณ์ค่อนข้างคล้าย ๆ กับ San Francisco คือ อยู่ติดทะเล อากาศเย็นสบาย ไปไหนมาไหนง่าย เอเชียอาศัยอยู่เยอะ มีจุดมืดเถื่อนอยู่บ้างแต่น้อย

Vancouver-51

ที่นี่รถหรูเพียบ Acura Infinity Lexus จอดและวิ่งกันเต็มเมือง

Vancouver-100

ช่วงที่ไปก็พอดีกับเป็นช่วง World Cup 2010 นัดชิงพอดี ซึ่งปีนั้นเสปนได้แชมป์ก็เลยมีธงเสปนเต็มไป แถมสาวเสปนหน้าต่าน่ารักมาก ๆ

Vancouver-104

Vancouver-81Vancouver-83

Vancouver-84

โปรดติดตามตอนต่อไปเร็ว ๆ นี้ หรือจะไปดูรูป (และเอาไปใช้ได้ฟรีแต่ต้องให้ที่มา) กันได้ที่  BKK -> Whistler & Mozilla Summit 2010 และ Vancouver, Canada

Advertisements

Black Bear Canada: ณ นครแวนคูเวอร์ ๑

ความเดิมตอนที่แล้ว

  1. ขอวีซ่าท่องเที่ยวแคนาดา
  2. การเดินทางที่แสนยาวนาน
  3. บนยอดเขาอันหนาวเหน็บ

ดองมาจนครบอีกปี ไม่รู้ว่าปีนี้จะได้รายงานซีรี่ส์นี้เสร็จหรือเปล่าก็ไม่รู้

Apple Store, Pacific Centre

Apple Store, Pacific Centre

ลงมาจาก Whistler ก็มาที่ตัวเมือง Vancouver ที่ลงเครื่องบินมาตั้งแต่แรก ก็เดินเที่ยวตัวเมืองกับ @kengggg ก็มาที่โบสถ์ของ Apple เลยนั้นก็คือ Apple Store เป็นครั้งแรกที่เข้ามา ก็ทำให้ทึ่งว่ามันมีความเจ๊งกว่าร้านค้าปลีกบ้านเรามาก การตกแต่งของ Apple Store กับเราบ้านเราเหมือนกันก็จริง แต่เรื่องบริการและการจัดการนั้นต่างกันมาก

  • ไวไฟที่นี่ใช้ฟรี ไม่ต้องใส่รหัสผ่าน เครื่อง Mac หรือ iDevice ก็เข้าไปใช้ได้นานเท่าไหร่ก็ได้ มายืนเล่นฟรีแล้วออกไปก็ไม่มีใครว่า ไม่มีคนมายืนเขม่งข้าง ๆ
  • ซื้อของไม่ต้องเดินไปที่เคาเตอร์ (เคาเตอร์คือ genius bar เอาไว้ support) อย่างตอนนั้น @kengggg ซื้อ iPad ก็เรียกพนักงานมาที่โต๊ะ พนักงานหยิบ PDA (ในตอนนั้น) ทำรายการ รูดบัตร รอแปปนึงเลยหันกลับไปเล่น iPad ตัวโชว์ สักแปปพนักงานสะกิดเรียก iPad ที่ซื้อพร้อมถุงก็โผล่มาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยทีเดียว
เจอ MJ ด้วย!

เจอ MJ ด้วย!

ที่นี่มีย่านเมืองเก่ที่ชื่อว่า Gastown หนังสือท่องเทียวบอกว่ามีนาฬิกาไอน้ำให้ดู เลยเดินมาดูก็พบกับ… นาฬิกาไอน้ำขนาดเท่าป้ายบอกซอยตั้งอยู่ริมถนน (คาดหวังว่ามันจะใหญ๋ ORZ)

คาดหวังว่านาฬิกามันจะใหญ่กว่านี้

คาดหวังว่านาฬิกามันจะใหญ่กว่านี้

Vancouver-31

Gassy Jack บิดาผู้สร้างเมือง Gastown

เมืองเก่าขนาดที่ยังมีหม้อแปลงสายไฟเกะกะอยู่ข้างบน

เมืองเก่าขนาดที่ยังมีหม้อแปลงสายไฟเกะกะอยู่ข้างบน

เป้าหมายจริง ๆ ของวันนี้คือไปสวนสาธารณะ Crab Park ที่อยู่ใกล้ ๆ กับโรงแรมที่พัก ตอนนั้นแดดน่าจะประมาณบ่ายแก่ ๆ แล้วแต่ดวงอาทิตย์อยู่ในองศาประมาณบ่าย 2-3 ของบ้านเรา อากาศก็เริ่มเย็นลง ทำให้ไม่ร้อน เป็นสถานที่ที่น่ามาออกกำลังกายมาก ๆ

Homeless ของที่นี่มีเต็นท์ส่วนตัวด้วย เท่มาก

Homeless ของที่นี่มีเต็นท์ส่วนตัวด้วย เท่มาก

แดดดี อากาศเย็น แทบจะลงไปนอนกลิ้ง

แดดดี อากาศเย็น แทบจะลงไปนอนกลิ้ง

อาบแดดกันเลยทีเดียว

อาบแดดกันเลยทีเดียว

หลังจากนั่งในสวนจนอิ่ม ก็ถึงเวลากลับที่พัก เดินไปเดินมาเจอเก้าอี้ตั้งไว้อยู่ข้างถนน! ที่นี่อากาศดี รถไม่เยอะเท่าประเทศกรุงเทพ ก็เลยนั่งกินลมชมวิวดูชุมชน ได้บรรยากาศแปลก ๆ ไปอีกแบบ

ตั้งไว้ข้างถนนอย่างนี้ เอาจริงดิ

ตั้งไว้ข้างถนนอย่างนี้ เอาจริงดิ

เดินมาไกล นั่งพักเท้ากันหน่อย

เดินมาไกล นั่งพักเท้ากันหน่อย

โปรดติดตามตอนต่อไปเร็ว ๆ นี้ หรือจะไปดูรูป (และเอาไปใช้ได้ฟรีแต่ต้องให้ที่มา) กันได้ที่  BKK -> Whistler & Mozilla Summit 2010 และ Vancouver, Canada

Black Bear Canada: บนยอดเขาอันหนาวเหน็บ

ความเดิมตอนที่แล้ว

  1. ขอวีซ่าท่องเที่ยวแคนาดา
  2. การเดินทางที่แสนยาวนาน

รู้สึกว่าจะทิ้งเวลาอัปบล็อกซะนานแล้ว แต่ตอนนี้ Flickr เปิดให้ใชัแบบจุใจแล้ว อนาคตของ Flickr น่าจะไปได้สวย ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนที่เก็บรูปอีก เลยกลับมาอัปบล็อกที่ค้างคาไว้น่าจะดีกว่า

ตอนที่ได้ไป Whistler ก็เป็นตอนเดือนกรกฎาคม 2010 ซีกโลกเหนือกำลังเข้าสู่หน้าร้อน แต่หน้าร้อนเขากับหน้าร้อนเราค่อนข้างต่างกัน ตอนกลางวันมีแดดก็จริง แต่ร้อนแบบแห้ง ๆ เหมือนเชียงใหม่ เชียงราย ไม่เหมือนกรุงเทพฯ ทีร้อนแบบเหนียวเหนอะ แถมตอนเย็นไปจนถึงตอนเช้าประมาณ 9 โมงอากาศของเขาก็อยู่ที่ 10 จนถึง 20 องศาเซลเซียส ซึ่งมันก็คือหน้านาวกรุงเทพนั้นเอง

สองทุ่มครึ่งยังมีแดดอยู่เลย!

สองทุ่มครึ่งยังมีแดดอยู่เลย!

แคนาดาแท้ ต้องเมเปิ้ลแดง

แคนาดาแท้ ต้องเมเปิ้ลแดง

แม่คะนี้ง (Frost) มั้ง?

แม่คะนี้ง (Frost) มั้ง?

Whistler มีสองภูเขาติดกันคือ Blackcomb Peak กับ Whistler หมู่บ้านที่อยู่ตรงนี้ก็เลื่องชื่อว่าเป็นสกีรีสอร์ท ดังจน Winter Olympics 2010 ต้องมาจัดที่นี่ แต่ตอนนี้ไม่มีหิมะแล้ว (มีแค่ยอดเขา) แต่เขาก็ไม่ปล่อยให้พื้นที่มันว่างเปล่า ถ้าเล่นสกีไม่ได้ก็ทำเป็น track เสือภูเขาซะเลย

น่าจะมันส์อยู๋

น่าจะมันส์อยู๋

กำลังนั่ง Gondola ขึ้นยอดเขา Whistler

กำลังนั่ง Gondola ขึ้นยอดเขา Whistler

เห็นกวางตอนอยู่ใน Gondola ด้วย มีคนบอกว่าเคยเจอหมีอยู่แถวๆ นี้ด้วย?

เห็นกวางตอนอยู่ใน Gondola ด้วย มีคนบอกว่าเคยเจอหมีอยู่แถวๆ นี้ด้วย?

กว่าจะถึงยอดก็ผ่านหลายสถานีก็ใช้เวลานานพอตัว

กว่าจะถึงยอดก็ผ่านหลายสถานีก็ใช้เวลานานพอตัว

ถึงยอดเขาแล้ว ทาง Mozilla เขาก็จัดปาร์ตี้กันข้างบนนี้ กินดื่มกันค่อนข้างสนุกและหนาวนิดหน่อย

ยอดเขา Whistler หิมะยังไม่ละลายเท่าไหร่เลย

ยอดเขา Whistler หิมะยังไม่ละลายเท่าไหร่เลย

Read More

My First Lightning Image

เคยมีความฝันที่ว่าจะใช้ Canon 400D ถ่ายรูปฟ้าผ่ามานานมากแล้ว แต่ไม่เคยทำได้สักทีเพราะโอกาสและสถานที่ไม่เคยจะเอื้ออำนวยเลยสักครั้ง แต่ฝันนั้นก็ประสบความสำเร็จแล้ว

THUNDER

THUNDER

แต่รูปนี้ไม่ได้ถ่ายจาก DSLR นะ ถ่ายมากจากกล้องมือถือ iPhone เนี่ยแหละ ใช้ Camera+ แล้วใช้โหมด burst ถ่ายเอา ขาตั้งกล้องก็ไม่มีให้ใช้ ต้องใช้ควายพยายามอย่างสูงในการถ่าย ถ่ายเกือบร้อยรูปได้รูปนี้มาแค่รูปเดียว ถ่ายเสร็จเลยบรรญัติกฎสามในการถ่ายรูปฟ้าผ่าสามข้อขึ้นมาเลยว่า หนึ่งต้องอดทน สองก็ต้องอดทนยิ่งขึ้น สามก็ต้องอดทนจนถึงที่สุด แค่นี้เราก็ได้รูปฟ้าผ่ามาเชยชมแล้ว

ปล. เขียนเสร็จก็เลยนึกขึ้นได้ว่าเคยบล็อกเรื่องกล้องที่ดีที่สุดคือกล้องที่ใกล้ตัวเราที่สุด

The Best Camera is The One That You Have With You

Lubitel 166

ชื่อเรื่องของบล็อกนี้มันค่อนข้างเป็นจริงนะ เพราะกล้องที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ก็เป็น Canon Kiss Digital X (400D) เวลาจะพกไปไหนมาไหน โคตร จะ ไม่ สะดวก เพราะต้องมีกระเป๋ากล้อง(ตัวที่เขาแถมมา) ถึงตัวกระเป๋ามันจะเล็ก แต่ต้องเสียแขนข้างนึงในการสะพาย จะเดินเร็วๆ หรือวิ่งก็ยากเพราะมันจะกระโตงกระเตงอยู่ที่ไหล่เนี่ยแหละ พักนี้เวลาออกไปเที่ยวไหน กินอะไรก็มักจะไม่ได้พกกล้องไป แต่ระหว่างที่อยู่ข้างนอกเผอิญ ไปหากินร้านอาหารแปลกๆ อยู่หลายที่แต่ก็ต้องเจ็บใจตัวเอง(และเซ็ง)ที่ไม่ได้พกกล้องไป จะเอามาเขียนรีวงรีวิวหรืออัพฯขึ้น Facebook ให้คนอื่นมาดูก็ไม่ได้ เจอเหตุการณ์แปลกๆ ก็ไม่มีกล้องที่จะถ่ายอีก

เมื่อ 2-3 ปีก่อน ผมต้องการแค่กล้องที่ถ่ายภาพชัด noise น้อยๆ ในตอนนั้นมีตัวเลือกแค่ DSLR เท่านั้น แต่ถ้าเป็น ณ ตอนนี้มีตัวเลือกที่ค่อนข้างหลากหลายเลยอย่าง

  • Micro 4/3: ตอนไปเที่ยวแคนาดาเห็น PEN EP-1 ของ @kengggg แล้วค่อนข้างอิจฉา เนื่องจากตัวกล้องมันเล็ก แถมยังเปลี่ยนเลนส์ได้อีก ภาพก็ไม่ได้ด้อยกว่า Kiss X เลย เผลอๆ ดีกว่าด้วยซ้ำ ยิ่งตอนไปปั่นจักรยานใน Stanley Park ลำบากโคตร ปั่นไปก็ต้องดูกล้องไปว่าสะพายไว้ดีหรือเปล่า จะกระแทกอะไรไหม
  • Camera phone(โดยเฉพาะ smart phone): สมัยก่อนตอนที่มือถือมันเพิ่งมีกล้อง ค่อนข้างรังเกียจภาพที่ออกมาจากมือถือเหมือนมันจะมีมาให้ทำไมว่ะ แต่ถ้าเป็น ณ ตอนนี้นอกจากฟังก์ชั่นถ่ายภาพพื้นฐานแล้วยังถ่าย HD vdo, geotagging ได้ในตัว แถมถ่ายเสร็จก็อัพฯ เข้า Facebook และ Flickr ได้ทันที ถึงภาพมันจะด้วยกว่าสองชนิดแรก แต่ความครบเครื่องมันมากกว่า

ตอนนี้ก็เพิ่งซื้อสมาร์ทโฟนที่ถ่ายรูปและวิดีโอมาแล้ว หวังว่าคงจะไม่ต้องต้องเซ็งตัวเองอีกต่อไป…

ป.ล. แต่ถ้าไม่เคยมีกล้องมาก่อนคงเลือก Micro 4/3 แล้วมาใช้กับ Eye-Fi เอาถ้าต้องการทำ geotagging กับการอัพโหลดเข้าเว็บแบบ on the go แต่การอัพโหลดแบบนี้ต้องมี smart phone ที่ต่อ wifi, edge, 3g อีก ทำไมมันต้องมีสมาร์ทโฟนมาเกี่ยวข้องในชีวิตด้วย

เทศกาลรำวงบองโอโดริ

Bon Odori, Bangkok 2009 Ticket (by Chengings)

จุดเริ่มต้นของการไปร่วมงานเทศกาลนี้ก็มาจากชั่วโมงเรียนญี่ปุ่น อาจารย์ก็เอาตั๋วฟรีมาแจก อ.บอกว่าเป็นงานรำวงของคนญี่ปุ่น ตอนแรกก็คิดจะไม่ไป แต่พออาจารย์บอกว่ามีสาวญี่ปุ่นเพียบเท่านั้นแหละ หางจิ้งจอกโผล่ออกมากี่หางก็ไม่รู้ รีบไปเอาตั๋วจากอาจารย์แทบไม่ทัน :fighterm:

บองโอโดริ(Bon Dori, 盆踊り หรือจะเรียกว่าบงโอโดริก็ได้) เป็นเทศกาลรำวงที่ระลึกถึงบรรพบุรุษที่จากไปแล้วซึ่งงานรำวงนี้จัดอยู่ในเทศกาลบอง พอจะคุ้นๆ ใช่ไหมล่ะ ว่าเทศกาลบองมันก็คล้ายกับเทศกาลเช็งเม้งของคนจีน ในญี่ปุ่นมีจัดทุกๆ หน้าร้อน แต่ในไทยเขาจะจัดงานแบบนี้ทุกๆ 2 ปี

ในปีนี้งานบองโอโดริจัดงานที่สนามกีฬาแห่งชาติ(2 ปีก่อนก็ที่นี่) คนมาร่วมงานกะด้วยตาคร่าวๆ ก็น่าจะเลย 1,000 คน ในงานก็มีร้านรวงที่ส่วนมากขายอาหารเช่น ทาโกยากิ เกี๋ยวซ่า เครป พิซซ่าญี่ปุ่น สาเก ฯลฯ ซึ่งของแต่ละอย่างก็แพงเอาเรื่องเลยทีเดียว แต่ที่สำคัญนั้นคือเด็กญี่ปุ่น ส่วนมากที่เห็นอายุน่าจะไม่เกิน 18 กันทั้งนั้น หายากมากที่อายุเกินกว่านี้ ใครที่อยู่สาย L ถ้าได้มาอยู่ในงานนี้คงชอบมากเป็นพิเศษ Read More